“หมอประกิต” ไม่เชื่อ รัฐบาลแก้ พ.ร.บ.สสส. เพราะ NCDs ไม่ลด ปลุกทุกฝ่ายให้ตื่น การควบคุม NCDs ต้องทำด้วยกัน

   เมื่อ : 07 ต.ค. 2569

หวังให้หน่วยงานเดียวทำให้สำเร็จไปไม่รอด สสส. เชื่อมประสานทุกกระทรวงแล้ว ด้านเลขาธิการฯ ยท. ขอบคุณ โฆษกรัฐบาลที่ยอมรับสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า เข้าใจทำไมถึงถูกโจมตีบ่อย วอนนายกฯ พิจารณาพฤติกรรม


จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่รัฐบาลจะแก้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 อ้างทำงานไม่ได้ผล 25 ปีคนป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพิ่มขึ้น อีกทั้งคนสูบบุหรี่ไม่ลด สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น


เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องอันตรายเป็นอย่างยิ่งที่โฆษกรัฐบาลออกข่าวว่า สาเหตุที่รัฐบาลแก้ พ.ร.บ.สสส. เป็นเพราะคนป่วยโรค NCDs มากขึ้น ไม่เชื่อว่าจะเป็นความเห็นของรัฐบาล เพราะหากเป็นความคิดของรัฐบาลจริงๆ จะสร้างผลร้ายต่อการควบคุมโรค NCDs และการสาธารณสุขของประเทศเป็นอย่างยิ่ง จะทำให้การป้องกันโรค NCDs ไม่ได้รับการให้ความสำคัญจากกระทรวง-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความจริงที่ควรจะเป็น การทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและโรค NCDs ไม่ใช่งานของ สสส. เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ตามคำแนะนำของสหประชาชาติ ที่ต้องมีการขับเคลื่อนทั้งองคาพยพของรัฐบาล


“บทบาทของ สสส. เป็นเพียงสนับสนุนข้อมูลการวิจัย ชี้แนะ กระตุ้น สานเสริมพลัง สร้างความตระหนัก ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ดำเนินการควบคุมปัจจัยเสี่ยง NCDs ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น นโยบายการขึ้นภาษีเพื่อลดการบริโภคสินค้าที่ทำลายสุขภาพ สุรา ยาสูบ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อาหารเค็ม ผ่านการเก็บภาษีเกลือ การจำกัดการเข้าถึงสินค้าสุรา ยาสูบ ด้วยการลดจำนวนร้านขาย การห้ามโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การปราบปรามบุหรี่เถื่อน การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ เฉพาะเรื่องการควบคุมยาสูบ มีนโยบาย/สิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ต้องดำเนินการ สิ่งที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ที่ทำงานควบคุมยาสูบ พยายามเสนอและผลักดันมาหลายปี แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่ได้ดำเนินการ” ศ.นพ.ประกิต กล่าว


ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า นโยบายที่ต้องทำเหล่านี้ สสส. ไม่มีอำนาจไปสั่งการหรือดำเนินการด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเรื่องการควบคุมการบริโภคยาสูบ ที่ไทยยังมีปัญหาในการดำเนินการในหลายมาตรการ เช่น 1.ภาษียาสูบไม่ได้ปรับอัตราภาษีมาแล้วถึง 5 ปี สสส. ดำเนินการเรื่องนี้เองไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจกำหนดอัตราภาษี ต้องทำงานร่วมกับกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง 2.ลักลอบขายบุหรี่ในออนไลน์ การโฆษณาทางสื่อโซเชียล สสส. ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีอำนาจตรวจสอบและปิดเว็บไซด์ผิดกฎหมายได้ 3.เพิ่มการเข้าถึงยาช่วยเลิกบุหรี่ และบริการเลิกบุหรี่ สสส. ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข 4.บังคับใช้กฎหมายการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ หรือลักลอบนำเข้าหรือขายผลิตภัณฑ์บุหรี่ที่ผิดกฎหมาย สสส. ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และมหาดไทย ที่มีอำนาจในการกำกับดูแล


“นอกจากนี้การป้องกันการแทรกแซงนโยบายของธุรกิจยาสูบที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะผ่านระบบการเมืองและกระบวนการรัฐสภา ที่ภาคีควบคุมยาสูบเรียกร้องให้มีการออกกฎเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากธุรกิจยาสูบตามอนุสัญญาควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลกมาตรา 5.3 ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ดังนั้นหากโฆษกฯ กล่าวว่าการควบคุม NCDs ไม่ได้ผล ท่านโฆษกต้องให้รัฐบาลกำกับติดตามให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทำมาตรการต่างๆ เพื่อลดNCDs ด้วย” ศ.นพ.ประกิต กล่าว


ศ.นพ.ประกิต กล่าวอีกว่า การควบคุมโรค NCDs เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ หากท่านโฆษกฯ ทำการบ้านให้ดีจะพบว่า ตัวชี้วัด NCDs ที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลกยังไม่มีประเทศไหนในโลกสอบผ่าน ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจะต้องตื่นจากความไม่รู้ปัญหาที่แท้จริง และความคิดที่ว่าการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของ NCDs จะสำเร็จได้ด้วยการทำงานของ สสส. และภาคีเครือข่ายเท่านั้น การสาธารณสุขของไทยล่มแน่ๆ

ด้านนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ตามที่ นายเอกภพ ออกมายอมรับว่าป้ายหาเสียงที่สนับสนุนนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเป็นความจริงนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่กล้ายอมรับในแนวคิดของตนเอง แม้ว่าจะขัดแย้งกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ประกาศไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย ทำให้เข้าใจแล้วว่าทำไมนายเอกภพ จึงมุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์องค์กร กลุ่มคนที่ทำงานควบคุมยาสูบอยู่เสมอ จึงอยากฝากท่านนายกฯ ได้พิจารณาพฤติกรรมของนายเอกภพ อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันประชาชนเกิดความสับสนต่อจุดยืนของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่าอาจสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนในไทย