วิกฤตหนี้ครัวเรือนยังกดดันคนไทย SAM ผนึกศาลแพ่งตลิ่งชัน เปิดทาง “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” คืนโอกาสตั้งหลักชีวิตทางการเงิน

   เมื่อ : 17 มิ.ย. 2569

ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวม การผลักดันมาตรการช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงทางออกในการจัดการภาระหนี้จึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่หลายหน่วยงานเดินหน้าร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ร่วมมือกับ ศาลแพ่งตลิ่งชัน เดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศ ผ่านการเปิดพื้นที่จัดงาน “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” เพื่อขยายโอกาสให้ลูกหนี้หรือประชาชนทั่วไปที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100000 บาทต่อราย และมีสถานะหนี้ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 สามารถ Walk-in เข้ามาตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” รวมทั้งปรึกษาหารือและรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้กับเจ้าหน้าที่ SAM ได้โดยตรง


กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 ศาลแพ่งตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

 

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนไม่ได้เป็นเพียงภาระของลูกหนี้คนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและเป็นวาระสำคัญของประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างทางออกที่ยั่งยืน

 

ความร่วมมือระหว่าง SAM กับศาลแพ่งตลิ่งชันในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในแผนสัญจรเชิงรุกของ SAM ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในการนำโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาหนี้ สามารถเข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐได้ง่าย และเข้าร่วมโครงการด้วยความเชื่อมั่น ซึ่งจะช่วยคืนโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน และเป็นการลดภาระหนี้ครัวเรือน อันจะส่งผลเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม


สำหรับจุดเด่นของโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” คือการคำนวณภาระหนี้จากเงินต้นเท่านั้น โดยไม่รวมดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม ซึ่งช่วยให้ลูกหนี้สามารถลดภาระหนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญและปิดจบหนี้ได้ตามศักยภาพของตนเอง


โครงการดังกล่าวมีทางเลือกในการชำระหนี้ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบที่ 1 “จ่าย ปิด จบ” โดยลดเงินต้นทันที 50% ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เช่น มีหนี้เงินต้น 10000 บาท จ่ายเพียง 5000 บาท ก็สามารถปิดจบหนี้ได้ทันที


อีกทางเลือกคือ แบบที่ 2 “ผ่อนชำระเป็นงวด” โดยลดเงินต้นทันที 30% และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 36 งวด ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2572 เช่น หากมีหนี้เงินต้น 10000 บาท จะชำระเพียง 7000 บาท หรือเฉลี่ยประมาณ 195 บาทต่อเดือนเท่านั้น

 

ทั้งนี้ เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้นหรือปิดบัญชีแล้ว สถานะเดิมในเครดิตบูโรจะได้รับการแก้ไขประวัติให้กลับมาสู่ภาวะปกติ นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเริ่มต้นชีวิตทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ได้ในอนาคต


ในส่วนของคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” นอกจากต้องเป็นลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดาแล้ว ต้องเป็นหนี้เสีย NPL ตามการรายงานข้อมูลในเครดิตบูโร หรือ NCB รวมทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100000 บาทต่อราย โดยหนี้ที่ SAM ดูแลจะเป็นหนี้ไม่มีหลักประกันประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ หรือส่วนต่างยอดหนี้ที่ยังค้างชำระจากหนี้ที่มีหลักประกัน มีสถานะหนี้ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในรายชื่อ Sanction list ของ ปปง.

 

อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ Line OA : @samsocialamc ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวก น่าเชื่อถือ และปลอดภัย โดยลูกหนี้สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียน เลือกแผนชำระเงิน ลงนามสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงชำระเงินตามแผนที่เลือกและปิดจบบัญชีหนี้ รวมถึงผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย เว็บไซต์ SAM และ SAM Contact Center โทร 1443 กด 6


ท่ามกลางโจทย์หนี้ครัวเรือนที่ยังเป็นความท้าทายสำคัญ มาตรการที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่ายขึ้น อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญในการคืนโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาตั้งหลักชีวิตทางการเงินได้อีกครั้ง