กระทรวงท่องเที่ยวฯ - ททท. - QSNCC เปิดงาน “กอล์ฟ–ดำน้ำ–Outdoor” ดันไทยสู่ฮับท่องเที่ยวพรีเมียมโลก คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท

   เมื่อ : 21 พ.ค. 2569

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จับมือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรรัฐ-เอกชน เปิดฉากมหกรรมท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์แห่งปี “Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026”  อย่างยิ่งใหญ่   ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว  เชิงกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งระดับโลก มุ่งดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเข้าประเทศ พร้อมขนขบวนสินค้า บริการราคาสุดพิเศษ คาดเงินสะพัดในงาน 4 วันเต็มกว่า 200 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานกว่า 65000 คน ระหว่างวันที่ 21–24 พฤษภาคม 2569 ณ ฮอลล์ 5–6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน “การท่องเที่ยวคุณภาพ” ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อม มีกำลังซื้อสูง และมองหาประสบการณ์เฉพาะทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ส่งผลให้กิจกรรมอย่างกอล์ฟ ดำน้ำ และ Outdoor กลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

 

การจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีรวบรวมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่ธุรกิจอุปกรณ์ การบริการ  ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง

นอกจากนี้ การเติบโตของกิจกรรมกลางแจ้งยังสะท้อนถึงแนวโน้มของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างประสบการณ์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การดูแลระบบนิเวศ หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

“สิ่งที่เชื่อมโยงคนรักกิจกรรมกลางแจ้งเข้าด้วยกัน  ไม่ใช่เพียงความชื่นชอบในการเดินทางหรือการผจญภัย  แต่คือจิตสำนึกร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติ งานครั้งนี้จึงสะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากร เพื่อส่งต่อแหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต” ดร.วนิดา กล่าว

นายสุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เปิดเผยว่า การจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดบทบาทของประเทศไทยจากการเป็นเพียง “จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว” สู่การเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์” ที่สามารถตอบโจทย์นักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก ผ่านการรวบรวม 3 กลุ่มธุรกิจและกิจกรรมที่มีศักยภาพสูง ทั้งกอล์ฟ ดำน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้ง ไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างครบวงจร

 

“งานนี้ถูกออกแบบให้เป็น One-stop Experience สำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาเพียงการเดินทาง แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง พร้อมยกระดับจากการเป็นเพียงงานแสดงสินค้า ไปสู่การเป็น แพลตฟอร์มทางธุรกิจและประสบการณ์ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก”

 

นายสุรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์กำลังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพสูงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก เนื่องจากเป็นกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังซื้อสูง ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะทาง  และมีแนวโน้มใช้จ่ายต่อทริปมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป การจัดงานในครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายด้านการท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม  หรือ  Premium Lifestyle Destination  ในระดับนานาชาติ  โดยคาดว่าการจัดงานปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 65000 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีก่อน และสร้างเงินสะพัดจากการซื้อขายสินค้าและบริการภายในงานมากกว่า  200  ล้านบาท   สะท้อนการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวเฉพาะทางและศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก  

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นของโลกสำหรับนักท่องเที่ยวกอล์ฟ ดึงดูดนักกอล์ฟต่างชาติมากกว่า 1.1 ล้านคนต่อปี ติด 3 อันดับแรกของโลกร่วมกับสหรัฐอเมริกาและสเปน ขณะที่ตลาดท่องเที่ยวกอล์ฟในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกเติบโตเฉลี่ยกว่า 18% ต่อปี และในปี 2569 ตลาดไทยมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวกอล์ฟจากอเมริกาเหนือสูงถึง  28%  สำหรับธุรกิจดำน้ำในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ  10000  ล้านบาท แบ่งเป็นทริปท่องเที่ยวดำน้ำ 50% อุปกรณ์ดำน้ำ 30% และค่าเรียนดำน้ำ 20% โดยมีสัดส่วนผู้ใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 90% สะท้อนศักยภาพในการเป็นเครื่องมือดึงเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ด้าน นางสาววัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ให้การสนับสนุนการจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม หรือ Niche Tourism เป็นกลไกสำคัญด้านการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และมีบทบาทในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์เฉพาะทางที่มีคุณค่าและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

 

โดยการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวได้พบปะ แลกเปลี่ยน และต่อยอดการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Global Destination หรือจุดหมายปลายทางที่สำคัญระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลกิจกรรมกลางแจ้ง

 

อีกทั้ง ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงดำน้ำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยหลายพื้นที่ได้รับการจัดอันดับจากสื่อและองค์กรด้านการดำน้ำระดับโลก อาทิ หมู่เกาะสิมิลันและกองหินริเชลิว ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดของโลก  ขณะที่เกาะเต่าได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเรียน  ดำน้ำที่สำคัญของโลก และการฟื้นฟูอ่าวมาหยายังได้รับการกล่าวถึงในระดับนานาชาติในฐานะต้นแบบการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน

ในด้านการท่องเที่ยวกอล์ฟ ประเทศไทยยังมีสนามกอล์ฟมาตรฐานสากลกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟที่สำคัญของเอเชียมาอย่างยาวนาน

สำหรับปีนี้ ททท. ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมกับสำนักงานพังงา กระบี่ และเกาะสมุย ได้นำสมาคมและผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมออกบูธภายใต้แนวคิด “Go South” เพื่อนำเสนอสีสันและความล้ำค่าของท้องทะเลไทย พร้อมนำเสนอแพ็กเกจพิเศษและกิจกรรมส่งเสริมการขายภายในงาน

 

“ททท. มุ่งหวังว่าการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ จะช่วยสะท้อนเทรนด์การท่องเที่ยวของโลกยุคใหม่ ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์’ ควบคู่ไปกับ ‘ความยั่งยืน’ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Responsible Tourism ของ ททท. ที่มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง” นางสาววัจนันท์ กล่าว

 

ไฮไลท์ภายในงาน 4 วันเต็ม
สำหรับสายดำน้ำ ห้ามพลาดการประกาศผลและพิธีมอบรางวัล “TDEX Underwater Photo and Moment Video Contest 2026” ในพิธีเปิดงานวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งปีนี้มียอดผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดสูงถึง 892 ภาพ และวิดีโอ 88 คลิป ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 400000 บาท สนับสนุนโดย digitalay Canon Thailand Prodive Imaging AOI และ insta360 พร้อมด้วยเวที TDEX Divers Talk ที่ระดมกูรูนักดำน้ำระดับโลกมาถ่ายทอดประสบการณ์ ไฮไลท์สำคัญคือ เซสชั่นถ่ายภาพมาโครใต้น้ำ “Macro Masterpieces” โดย Dr. Alex Tattersall ช่างภาพมืออาชีพจากสหราชอาณาจักร รวมถึงการดำน้ำ Blackwater และการเปิดโลกถ้ำและทะเลลึกที่หาดูได้ยาก

 

สำหรับสายลุยและคนรักธรรมชาติ พบกับกิจกรรม “Story from the Wild” บนเวที Outdoor Fest ที่จะมาแบ่งปันเรื่องเล่าการเดินทางหลากอารมณ์ ทั้งสนุก ตื่นเต้น พลิกผัน และประทับใจ จากกูรูตัวจริง อาทิ วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. พบกับ “หลักสูตรการปฐมพยาบาลและการกู้ภัยในป่า สำหรับผู้จัดทริปเดินป่า” จากชมรมนักเดินป่าอาสากู้ภัย  สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงนิเวศเอเชีย  วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569  เวลา 18.00 น. พบกับ เฟย ภัทร เอกแสงกุล ที่จะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผจญภัยในธรรมชาติทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังแบบจัดเต็ม วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.30 น. พบกับ “เติมป่ากับน้องปริ้น ตัวมัมสายแคมปิ้ง ตัวจริงสายเที่ยวธรรมชาติ” จาก PRINCE WANYARAT

ภายในงานได้จัดกิจกรรมเพื่อสานต่อความยั่งยืนของท้องทะเลไทยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการ “TDEX You Give… We Share” ครั้งที่ 5 ร่วมกับเครือข่าย DNA (Doctor and Nurse Associated) เปิดรับบริจาคชุดและอุปกรณ์ดำน้ำสภาพดีที่บูธ C81 เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานกู้ภัยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมจัดทำของที่ระลึก TDEX โดยจับมือกับศิลปิน 2an. หรือ อัญชิสา ติระชูศักดิ์ ออกแบบเสื้อยืดและกระบอกน้ำในธีม “Midnight Ocean: The Hidden Galaxy” ที่นำเสนอ “วงแหวน” เป็นประตูสู่การเดินทาง และ “ฉลามวาฬ” เป็นตัวแทนของความยิ่งใหญ่และความสงบของโลกใต้น้ำ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ทางทะเลโดยตรง นอกจากนี้ยังมีโครงการรักษ์ทะเลของ SCG การใช้นวัตกรรม CPAC 3D Printing  สร้างวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง มาร่วมจัดแสดงในงาน เพื่อแสดงถึงความร่วมมือในการร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรทางทะเลไทย  

 

ส่วนสายกอล์ฟห้ามพลาดกิจกรรมสุดเร้าใจ “1 พัตต์ 1 แสน” เพียงรวบรวมใบเสร็จซื้อสินค้าภายในงานครบ 4000 บาท ในวันเดียวกัน รับสิทธิ์พัตต์ลุ้นรางวัลภายในงาน  พร้อมด้วยกิจกรรม “ช้อป ฟิน ฟิน ลุ้นบินเที่ยว”  สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายครบ 10000 บาท รับสิทธิ์เล่นเกมเพื่อชิงตั๋วเครื่องบินและของรางวัลอื่นอีกมากมาย พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อคอร์สเรียนดำน้ำภายในงานจะได้รับกระเป๋า “TDEX I’m a Diver” ฟรี (ของมีจำนวนจำกัด)

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับฟรี! กระเป๋าผ้า Limited Edition ภายในงาน พร้อมร่วมเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการรับกล้าไม้ฟรี 1 ต้น ที่บูธกรมป่าไม้ T91 (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน ของมีจำนวนจำกัด)งาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00–20.00 น. ณ ฮอลล์ 5–6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fan Page: Thailand Dive Expo Thailand Golf Expo และ Traveler & Outdoor Expo