ทีทีบี ฟินทิป แนะใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด วางแผนจ่ายให้เบาใจ ไม่เสียดอกเบี้ยเกินจำเป็น
ในยุคที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ บัตรเครดิตจึงกลายเป็นตัวช่วยของใครหลายคน ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายเหตุฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้าม และอาจกลายเป็นกับดักทางการเงินแบบไม่รู้ตัว ก็คือ “การจ่ายขั้นต่ำ”
วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ อยากชวนมาทำความเข้าใจให้ชัดขึ้น หลายคนอาจคิดว่า แค่ชำระขั้นต่ำตามที่ใบแจ้งยอดระบุ ก็ถือว่าไม่ผิดนัด และยังสามารถใช้บัตรได้ตามปกติ ซึ่งก็ถูกต้องตามเงื่อนไข แต่ในความเป็นจริง ยอดเงินที่ยังชำระไม่ครบจะยังถูกคิดดอกเบี้ยต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชำระคืนเต็มจำนวน และยิ่งปล่อยไว้นาน ดอกเบี้ยก็ยิ่งสะสมมากขึ้น อาจทำให้เป็นหนี้ในจำนวนที่มากกว่าเดิม
ลองนึกภาพตามง่าย ๆ เช่น มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 20000 บาท แต่เลือกจ่ายขั้นต่ำเพียง 2000 บาท เงินอีก 18000 บาท จะยังถูกนำไปคิดดอกเบี้ยต่อเนื่อง และต้องใช้เวลานานกว่าจะปิดยอดได้หมด ยิ่งหากมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มในเดือนถัดไป ภาระดอกเบี้ยก็อาจสูงขึ้นเป็นสองเท่าโดยไม่รู้ตัว โดยภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจะมาจาก 2 ส่วนหลัก
ส่วนแรก “ดอกเบี้ยจากยอดรูดทั้งหมด” ซึ่งจะถูกคิดตั้งแต่วันที่ใช้จ่ายผ่านบัตร หากชำระไม่ครบจำนวน ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดเต็ม เช่น ใช้จ่าย 20000 บาท จ่ายขั้นต่ำ 2000 บาท ดอกเบี้ยส่วนนี้จะคำนวณจากยอด 20000 บาทเต็ม ตั้งแต่วันที่รูดจนถึงวันที่ชำระจริง หากคิดในรอบประมาณ 45 วัน ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ราว 394 บาท
ส่วนที่สอง “ดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระ” หรือยอดที่ยังไม่ได้จ่ายในกรณีนี้คือ 18000 บาท ซึ่งจะถูกนำไปคิดดอกเบี้ยต่อเนื่องจนถึงรอบบิลถัดไป (ประมาณ 14 วัน) คิดเป็นดอกเบี้ยราว 110 บาท
เมื่อนำดอกเบี้ยทั้งสองส่วนมารวมกัน จะเท่ากับ 504 บาท ซึ่งดอกเบี้ยจากก้อนแรกถือเป็น “กับดักของการจ่ายขั้นต่ำ” ที่ทำให้หลายคนต้องเสียดอกเบี้ยสูงกว่าที่คาดไว้ ทั้งที่ไม่ได้ใช้จ่ายเพิ่ม
หัวใจของการใช้บัตรเครดิตจึงไม่ใช่ “เลี่ยงการใช้” แต่คือ “ใช้อย่างเข้าใจและมีวินัย” วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดโอกาสการจ่ายขั้นต่ำ คือ ตั้งงบใช้จ่ายผ่านบัตรให้เหมาะกับรายได้ในแต่ละเดือน คำนวณจากค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สามารถชำระคืนเต็มจำนวนเมื่อถึงรอบบิล และไม่สร้างภาระหนี้เกินตัวตั้งแต่แรก
หากมีแผนใช้จ่ายก้อนใหญ่ ลองวางแผนล่วงหน้า เช่น การเลือกโปรโมชันผ่อนชำระที่เหมาะสม ประเมินความสามารถในการชำระคืนในอนาคต รวมถึงการเลือกใช้บัตรเครดิตที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของตัวเองไม่ว่าจะเป็นเครดิตเงินคืน คะแนนสะสม หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้ใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องแลกมากับดอกเบี้ยที่สูงเกินไป
ท้ายที่สุด วิธีที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ดีที่สุด คือ การชำระคืนให้เต็มจำนวนเมื่อถึงรอบบิล เพราะบัตรเครดิตจะเป็นผู้ช่วยที่ดีได้ ก็ต่อเมื่อเราเป็นคนคุมเกมการเงินของตัวเองอยู่เสมอ เพียงเข้าใจเงื่อนไข วางแผนให้รอบคอบ และมีวินัยในการจ่าย ก็จะช่วยให้ใช้บัตรเครดิตได้อย่างสบายใจ ไม่กลายเป็นหนี้ในระยะยาว