โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี ในโอกาสได้รับการยกย่องเป็นผู้บุกเบิกด้านการกระตุ้นหัวใจและสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจคนแรกในเอเชีย

   เมื่อ : 05 พ.ค. 2569

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นำทีมแพทย์และผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี ผู้อำนวยการสถาบันโรคหัวใจ และอายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในโอกาสที่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้บุกเบิกด้านการกระตุ้นหัวใจและสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Pioneer in Cardiac Pacing and Electrophysiology Award) ประจำปี 2026 จาก Heart Rhythm Society คนแรกในเอเชีย

 

การค้นพบทางการแพทย์ที่เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย

ศ.นพ.กุลวี เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac Electrophysiology) ระดับแนวหน้าของโลก ผู้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความเข้าใจและการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ซับซ้อนในระดับสากล ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากการเป็นผู้บุกเบิกความก้าวหน้าด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ได้แก่

 

การบุกเบิกการจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation):เป็นผู้ค้นพบสัญญาณไฟฟ้าหัวใจห้องบนที่ซับซ้อนผิดปกติ (CFAEs) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) และพัฒนาแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งกลายเป็นผลงานพื้นฐานสำคัญของวงการแพทย์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก

 

การรักษาโรคไหลตาย (Brugada Syndrome):เป็นผู้บุกเบิกเทคนิคการจี้ไฟฟ้าบริเวณโครงสร้างผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ (Substrate Ablation)โดยเฉพาะในกลุ่มอาการ J-wave ซึ่งรวมถึง Brugada Syndrome และ Early Repolarization Syndrome ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่พบว่าสามารถป้องกันการเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรง (Ventricular Fibrillation) ซ้ำได้ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง โดยเฉพาะการค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกล้ามเนื้อหัวใจเป็นสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาทางไฟฟ้า นอกจากนี้ ศ.นพ.กุลวี ยังมีส่วนสำคัญในการศึกษาและระบุลักษณะทางคลินิกของ Brugada Syndrome และภาวะเสียชีวิตฉับพลันที่ไม่ทราบสาเหตุในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยให้เข้าใจปัญหาสุขภาพระดับโลกและพื้นฐานของกลไกการเกิดโรคได้ดีขึ้น

 

ผู้นำการศึกษาทางคลินิก: เป็นผู้นำการศึกษาวิจัยแบบสุ่ม (Randomized Clinical Trial) ครั้งแรกของโลกเกี่ยวกับการจี้ไฟฟ้าหัวใจในผู้ป่วยBrugada Syndrome ซึ่งให้หลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการรักษาด้วยเทคนิค Substrate Ablation มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการป้องกันการเกิดภาวะ Ventricular Fibrillation ซ้ำ ส่งผลต่ออัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตฉับพลันจากโรคหัวใจทั่วโลก

ผลงานของ ศ.นพ.กุลวี เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญและทักษะทางคลินิกที่โดดเด่น ความเป็นเลิศทางการแพทย์ รวมถึงความทุ่มเทในการดูแลผู้ป่วยด้วยความเอาใจใส่ และมาตรฐานการรักษาในระดับสากล เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิม

 

ความทุ่มเทเพื่อผู้ป่วยและวงการแพทย์

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ ศ.นพ.กุลวี ได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อวงการแพทย์โลก ทั้งในด้านการรักษาผู้ป่วย การวิจัย นวัตกรรม และการเป็นผู้นำทางวิชาการระดับนานาชาติ โดยเป็นผู้เขียนบทความวิชาการที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 230 เรื่อง ครอบคลุมหัวข้อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะทั้งในห้องบนและห้องล่าง ภาวะพายุไฟฟ้าหัวใจ(Electrical Storm) และการรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติและเอกสารฉันทามติระดับนานาชาติในหลายประเด็น ศ.นพ.กุลวี ได้รับการยกย่องให้เป็น World’s Top 2% Most-cited Scientists ประเภท Career-long Achievement โดย Stanford University Ranking 2023 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณะบรรณาธิการวารสาร Heart Rhythm และเคยเป็นคณะบรรณาธิการของวารสารชั้นนำระดับโลก เช่น Circulation และ Journal of the American College of Cardiology

 

นอกจากนี้ ศ.นพ.กุลวี ยังดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ดีเด่น ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการวิจัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคโลราโด และมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ด้วยความทุ่มเทและผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ ศ.นพ.กุลวี ได้รับปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล และยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นเกียรติสูงยิ่งแห่งการถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจที่ผู้ป่วยสามารถมอบให้ได้อย่างเต็มเปี่ยม