แสนสิริ ออกหุ้นกู้ Green Bond ครั้งแรกของอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยของไทย โครงการแรก “คอนโดมิเนียมทำเล สารสิน”

   เมื่อ : 10 มี.ค. 2569

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน เสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ครั้งแรกของภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทย สำหรับพัฒนาโครงการ “คอนโดมิเนียมทำเล สารสิน” ที่สุดของ Sustainability Sustainability เต็มรูปแบบ สู่ความภาคภูมิใจแห่ง Green Bond โครงการแรกของแสนสิริ

   

หุ้นกู้ Green Bond อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย [3.10 – 3.25]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน การันตี ความแข็งแกร่งด้วยเรทติ้ง BBB แนวโน้ม ’Stable’ จากทริสเรทติ้ง ผสานจุดแข็งกำไรสุทธิสูงสุดในอุตสาหกรรม เปิดจองซื้อ 26 – 27 และ 30 มีนาคม 2569 ผ่านธนาคารกสิกรไทย

 

แสนสิริ เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมนโยบายและกลยุทธ์ ESG ของบริษัท ด้วยการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) โดยมีหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Thailand Taxonomy  ซึ่งเป็นมาตรฐานกรอบอ้างอิงของไทยในการประเมินกิจกรรมหรือโครงการเข้าข่าย “สีเขียว” หรือ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ตามผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้ และที่สำคัญเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการสนับสนุนโครงการที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการได้รับผลตอบแทนที่มั่นคง ท่ามกลางสถานะทางการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิอันดับ 1 ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

   

การออกหุ้นกู้ชุดนี้อยู่ภายใต้ Green Financing Framework ของแสนสิริ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลกอย่าง บริษัท ดีเอ็นวี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) โดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปใช้พัฒนาโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โมเดลโครงการแรก คือ ”คอนโดมิเนียมในทำเลสารสิน” เพื่อยกระดับมาตรฐานการออกแบบที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มรูปแบบ

  

“คอนโดมิเนียมทำเลสารสิน” ที่สุดของ Sustainability เต็มรูปแบบ 
1. ผ่านทุกมิติสิ่งแวดล้อม (EIA & Community Well-being) โครงการผ่านการประเมิน EIA ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งคุณภาพอากาศ เสียง น้ำ พื้นที่สีเขียว ไปจนถึงสุขภาวะของชุมชนรอบข้าง พร้อมแผนติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมถูกนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ในกระดาษ
 

2. นวัตกรรมก่อสร้างและวัสดุลดคาร์บอน (Low-Carbon & Eco-Materials)
• ลดคาร์บอนตั้งแต่ฐานราก: เลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
• นวัตกรรม Mechanical Fixing System: ใช้ระบบยึดติดเชิงกลในการติดตั้งเปลือกอาคาร ลดการใช้คอนกรีต ลดคาร์บอนฝังตัว (Embodied Carbon) และลดมลพิษ/ระยะเวลาในการก่อสร้าง
• Facade คลายร้อน: เลือกใช้วัสดุ Terracotta ที่ไม่กักเก็บความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิผิวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  

3. ดีไซน์อัจฉริยะเพื่อที่สุดของคุณภาพการอยู่อาศัย 
• แสงธรรมชาติที่พอดี: ออกแบบช่องเปิดรับแสงให้สว่างสบายตา ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันโดยไม่นำพาความร้อนเข้ามาเพิ่ม
• โครงการผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน (BEC) จากกระทรวงพลังงาน โดดเด่นด้วยการออกแบบเปลือกอาคารที่กันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ผ่านเกณฑ์ OTTV/RTTV) อาทิ การควบคุมความร้อนด้วยการผสาน ฟิล์มกรองแสง และ ชั้นอากาศ (Air Gap) ช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ยืดอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศ ช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งไม่เพียงแต่ประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบต่างๆ ในอาคารให้ยาวนานขึ้น ลดภาระการซ่อมบำรุง ตอบโจทย์ความยั่งยืน (Sustainability) ในระยะยาวอย่างแท้จริง
  

4. ยกระดับการใช้ทรัพยากรด้วยเทคโนโลยี 
• Automatic Parking: ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ ช่วยลดขนาดโครงสร้างก่อสร้าง (ประหยัดวัสดุ) และลดการปล่อยคาร์บอน/ไอเสียจากการขับรถวนหาที่จอด พร้อมเพิ่มความปลอดภัย
• บริหารจัดการน้ำครบวงจร: มีระบบจัดการและบำบัดน้ำใช้ที่มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำในระยะยาว
  

5. สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดภาระสิ่งแวดล้อมปลายทาง (Circular Economy) 
• คิดเผื่ออนาคต ด้วยการออกแบบที่เอื้อต่อการบำรุงรักษา ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนง่าย และรองรับการคัดแยกรีไซเคิล เพื่อลดขยะฝังกลบ ลดมลพิษปลายทาง และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบและส่งเสริม safety & community well-being ในระยะยาว
  

แสนสิริมุ่งมั่นบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเลือกใช้วัสดุ การลดของเสีย ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านรางวัลและการจัดอันดับด้านความยั่งยืนจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง