เมื่อ : 12 พ.ค. 2566

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสนับสนุนชุมชนและเกษตรกรไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่กับ “มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์” ร่วมผลักดันวัตถุดิบท้องถิ่นหาทานยาก มาสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง นำร่องด้วยแคมเปญ “โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ” ชู 3 เมนูสุดสร้างสรรค์ จากน้ำนมและเมล็ดข้าวโพดจากไร่สุวรรณ พร้อมเปิดตัวด้วยการสร้างสีสัน ยกไร่ข้าวโพดมาไว้ใจกลางสยามสแควร์วันกับเทศกาล “Cornnival - คอร์นนี้ว้าว โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ” ด้วยงบลงทุนกว่า  10 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโตขึ้น 20% จากแคมเปญนี้ ประกอบกับกลยุทธ์ที่มุ่งนำเสนอสินค้าใหม่ที่แตกต่าง เพิ่มไลน์สินค้ากลุ่ม Non-Beverage ขยายแฟรนไชส์ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพิ่มความถี่และขยายฐานสมาชิก Max Card Plus ให้มากขึ้น ซึ่งคาดว่ายอดขายโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 80% และส่งผลให้กำไรเติบโตขึ้น 2 เท่า ภายในปี 2566 นี้

คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด  กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นโครงการนำร่องโครงการแรกที่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันในการสนับสนุนการศึกษา ส่งเสริมงานวิจัย ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมต่างๆ พร้อมสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรของทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านร้านค้าและแบรนด์ต่างๆ ภายในเครือ ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการน้ำมันพีที ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท ทั่วประเทศ”

 

“การจับมือกับสถาบันการศึกษาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เชิงรุกของ “กาแฟพันธุ์ไทย” ในการผลักดันยอดขายและเดินหน้าเพิ่มสาขาแฟรนไชส์ให้ได้ตามเป้า โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 ที่ผ่านมา กาแฟพันธุ์ไทย สามารถทำยอดขายได้กว่า 350 ล้านบาท เติบโตกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันถึง 70% และเติบโตจากสาขาเดิมถึง 35% ประกอบกับภาพรวมของตลาดกาแฟในปัจจุบันที่เติบโตเป็นอย่างมาก จากการเปิดเผยข้อมูลของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ‘ดีพร้อม’ พบว่ามีการบริโภคกาแฟในประเทศสูงถึง 70000 ตันต่อปี ขณะที่ประเทศไทยผลิตได้เองเพียง 10000 ตันต่อปีเท่านั้น นอกจากนี้จากการศึกษาข้อมูลตลาดกาแฟโลก คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดกาแฟในช่วงปี 2564-2566 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 9% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.91 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ชี้ให้เห็นปัจจัยบวกของกาแฟในประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยโอกาสเติบโตอีกมาก” คุณพิทักษ์ กล่าวเสริม

ด้าน ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และพีทีจี มีอุดมการณ์บนจุดมุ่งหมายเดียวกันคือความมุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือจัดทำโครงการนำร่องในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ภาคเอกชนอย่างกาแฟพันธุ์ไทยเห็นความสำคัญของการสนับสนุนเกษตรกรไทย โดยเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศ พร้อมส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรให้กับหน่วยธุรกิจของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมกันสนับสนุนชุมชน สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่เกษตรกรไทย พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

รศ. ดร.ธานี ศรีวงศ์ชัย คณบดี คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเสริมว่า “ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้วิจัยคิดค้นพันธุ์ข้าวโพดหวาน ที่มีรสชาติ และคุณลักษณะทางการเกษตรที่ดี จนกระทั่งได้พันธุ์ข้าวโพดหวานอินทรี 2 ที่มีความหวานจากธรรมชาติโดยเฉลี่ย 14.5 องศาบริกซ์ มีรสชาติหวาน นุ่ม และหอม เมื่อมีการนำมาแปรรูปเป็นน้ำนมข้าวโพดจึงมีรสชาติที่หอมหวานไม่เหมือนใคร อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของไร่สุวรรณที่ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย พร้อมต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อส่งมอบคุณค่าสู่ชุมชน เกษตรกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป”

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนให้ “กาแฟพันธุ์ไทย” บรรลุเป้าหมายการขยายแฟรนไชส์ 1500 สาขา ผลักดันกำไรให้เติบโต 2 เท่า ภายในสิ้นปี 2566 นี้ ประกอบด้วย

 

1) การขยายสาขาทั่วประเทศด้วยโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ โดยเน้นการเปิดสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย (Coverage Expansion) เข้าถึงได้ง่าย (Accessibility) และเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ (Visibility) โดยเน้นการขยายสาขาใจกลางเมืองในย่านธุรกิจที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงหัวเมืองตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและง่ายต่อการเข้าถึง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน โดยกลยุทธ์ที่กาแฟพันธุ์ไทยมุ่งเน้นคือการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ ด้วยรูปแบบการลงทุนและโมเดลที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับทำเลในแต่ละพื้นที่ และสอดคล้องกับงบประมาณการลงทุน ปัจจุบันร้านกาแฟพันธุ์ไทยเปิดให้บริการกว่า 600 สาขา มีสัดส่วนของสาขาที่อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน 60% และสาขานอกสถานีบริการน้ำมันอีก 40% ซึ่งภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาให้ได้ 800 สาขา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรวม 1500 สาขาทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2566 นี้ ด้วยรูปแบบการลงทุนที่ง่าย คุ้มค่า แม้ไม่มีประสบการณ์ก็เปิดร้านได้ บริษัทฯ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและแนะนำไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบริหารจัดการร้าน วัตถุดิบต่างๆ รวมถึงการควบคุมคุณภาพและรสชาติของเครื่องดื่มและอาหารภายในร้าน ด้วยงบลงทุนเริ่มต้นเพียง 1.25 ล้านบาท/สาขา เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเป็นเจ้าของร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ง่ายๆ ธนาคารที่เป็นพาร์ตเนอร์สำหรับพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษเพื่อการลงทุน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สำหรับผู้ที่ยังไม่มีทำเลที่ตั้ง  ทางบริษัทจะ นำเสนอทำเลให้ผู้สมัครแฟรนไชส์พิจารณาตามความเหมาะสม ลงทุนก่อนมีสิทธิเปิดร้านก่อน  และทางบริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้เข้ามาร่วมเป็นเอ็กเซ็กคูลซีฟแฟรนไชส์ (Sub-Area Franchise) อีกด้วย

 

2) การนำเสนอสินค้าใหม่จากวัตถุดิบท้องถิ่น ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และหาทานได้ยากของไทยมาพัฒนาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มเมนูต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าของทาง กาแฟพันธุ์ไทยแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ชุมชนและเกษตรกรไทยให้ “อยู่ดีมีสุข” และเติบโตอย่างยั่งยืน

 

3) การเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่ม Non-Beverage ด้วยสินค้ากลุ่มเบเกอรีและขนมอบ (Bakery & Pastry) ขนมแปรรูปจากชุมชนทั่วประเทศ (Pack Food) สินค้าที่ระลึกและของพรีเมียมจากแบรนด์ (Merchandising) รวมไปถึงเมล็ดกาแฟและกาแฟ ดริปพร้อมดื่มที่บ้าน เพื่อเพิ่มยอดขายต่อบิลให้มากขึ้น

 

4) การขยายและรักษาฐานลูกค้าสมาชิก Max Card ในปัจจุบันที่มีกว่า 19 ล้านราย ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะสามารถเพิ่มสมาชิกในระบบได้มากกว่า 21 ล้านรายทั่วประเทศ โดยสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลสมาชิกมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการสร้างยอดขายและเพิ่มความถี่ในการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายหลักในการขยายฐานสมาชิก Max Card Plus หรือบัตรแดง ให้เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าประจำที่มี Brand Royalty และมีกำลังซื้อสูงกว่ากลุ่มทั่วไปมากกว่า 2 เท่า

“กาแฟพันธุ์ไทย ได้ดำเนินธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 แล้ว และยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์เครื่องดื่มรสชาติดี ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพและหาทานได้ยากทั่วประเทศ ด้วยความมุ่งหวังให้ชุมชนและเกษตรกรไทย ‘อยู่ดีมีสุข’ อย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยต่อไป โดยในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เราจะสร้าง Brand Connection ด้วยการ Refresh แบรนด์ใหม่ให้มีความน่าสนใจ ต่อยอดแนวคิด ‘เวลาเป็นไท เวลาพันธุ์ไทย’ พร้อมเพิ่มการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและวัยทำงาน ด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและบริการที่แตกต่างและตรงกับความต้องการของคนไทย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม ทุกวัย รวมทั้งพัฒนารสชาติกาแฟให้โดนใจผู้บริโภค ส่งผลให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีนัยยะสำคัญของเราในช่วงปีที่ผ่านมา” คุณพิทักษ์ กล่าวสรุป

 

มาสัมผัสบรรยากาศไร่สุวรรณใจกลางเมือง เช็คอินถ่ายรูปกับข้าวโพดยักษ์ พร้อมสนุกกับกิจกรรมถ่ายรูปสติกเกอร์ฟรี เมื่อซื้อเครื่องดื่ม “โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ” ภายในงาน 1 แก้ว และเมื่อซื้อ 2 แก้วขึ้นไป รับสิทธิ์ Lucky draw ลุ้นรับของรางวัล เช่น Max Card Plus มูลค่า 599 บาท บัตรกำนัล 100 บาท เสื้อยืด Cornnival แก้วกาแฟพันธุ์ไทย และของพรีเมียมอื่นๆ อีกมากมาย ได้ที่งานเทศกาล “Cornnival - คอร์นนี้ว้าว โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ” ในวันศุกร์ที่ 12 และวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2566 นี้ ที่สยามสแควร์วัน ลานกิจกรรมทางเชื่อม BTS ชั้น 3

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ