กคช. เร่งฟื้นฟู 43 โครงการ หลังน้ำท่วม กระทบ 2.23 แสนคน

   เมื่อ : 07 ต.ค. 2569

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำชับการเคหะแห่งชาติเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่โครงการต่าง ๆ ซึ่งได้รับผลกระทบ 43 โครงการ รวมประมาณ 76,800 หน่วย หรือประชาชนราว 223,000 คน พร้อมระดมความช่วยเหลือ ดูแลประชาชน ฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด และวางมาตรการป้องกันในระยะยาว ขณะที่นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ สั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อจำเป็น


จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ สั่งการให้ติดตามระดับน้ำในโครงการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด และถอดบทเรียนเพื่อยกระดับการป้องกันในระยะยาว


พบว่า มีโครงการได้รับผลกระทบ 43 โครงการ รวมประมาณ 76,800 หน่วย หรือประชาชนราว 223,000 คน แบ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง 6 โครงการ กระทบประชาชนประมาณ 78,000 คน โดยเฉพาะชุมชนการเคหะร่มเกล้า และแฟลตคลองจั่น 1–30 ซึ่งบางจุดมีปัญหาการเดินทางและรถไม่สามารถเข้า-ออกได้ กคช. อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดทางสัญจรและช่วยเหลือประชาชน


ส่วนอีก 37 โครงการได้รับผลกระทบเล็กน้อย ส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 145,000 คน โดยยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น


กคช. วางแนวทางรับมือ 3 ระยะ ได้แก่ “ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู–ป้องกัน” เร่งดูแลประชาชนระหว่างเกิดเหตุ สำรวจและฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด ก่อนนำข้อมูลมาพัฒนามาตรการป้องกัน เพื่อให้ชุมชนรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ระหว่างวันที่ 27 กันยายน–3 ตุลาคม 2569 กคช. ส่งความช่วยเหลือถึงพื้นที่ประสบภัยแล้ว ประกอบด้วย ข้าวกล่อง 47,410 กล่อง น้ำดื่ม 6,250 แพ็ก และถุงยังชีพ 2,550 ชุด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนภารกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่


นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ภารกิจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด จึงกำชับทุกพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ประเมินผลกระทบ และพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อจำเป็น


“เราไม่ได้มองเฉพาะการช่วยเหลือในวันที่เกิดน้ำท่วม แต่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับช่วงหลังน้ำลด ทั้งการฟื้นฟูความเสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงซ้ำอีก บทเรียนครั้งนี้จะนำไปยกระดับการรับมือภัยพิบัติของชุมชนต่อไป” นายทวีพงษ์กล่าว


การเคหะแห่งชาติยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกระทรวง พม. หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่และวางมาตรการรับมือระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยให้ประชาชนในชุมชนการเคหะแห่งชาติ