เบเยอร์ผนึกธรรมศาสตร์ กทม. และภาคีไทย–เยอรมัน เปิดชุมชนต้นแบบสู้ภัยร้อน ชูนวัตกรรมสีไทยลดอุณหภูมิหลังคาสูงสุด 23 องศา

   เมื่อ : 29 ก.ย. 2569

“Heat Ready Thailand” นำ Beger Cool Roof ทดลองใช้กับศูนย์สุขภาพและบ้านกลุ่มเปราะบางในเขตภาษีเจริญ พร้อมเก็บข้อมูลจริงเพื่อต่อยอดแนวทางรับมือความร้อนในเมือง


บริษัท เบเยอร์ จำกัด ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตภาษีเจริญ และภาคีความร่วมมือไทย–เยอรมัน เปิดพื้นที่ชุมชนต้นแบบภายใต้โครงการ “สู้ร้อนประเทศไทย (Heat Ready Thailand)” นำนวัตกรรมสีสะท้อนความร้อนของไทยมาช่วยรับมือปัญหาความร้อนในเมือง โดยเริ่มจากพื้นที่ที่ประชาชนกลุ่มเปราะบางใช้ชีวิตอยู่จริง

โครงการนำ Beger Cool Roof ไปใช้กับอาคารศูนย์สุขภาพและบ้านพักอาศัยของกลุ่มเปราะบาง 2 หลังในเขตภาษีเจริญ พร้อมวัดอุณหภูมิเปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินงาน ผลการตรวจวัดในพื้นที่นำร่องพบว่า อุณหภูมิพื้นผิวหลังคาลดลงประมาณ 17–23 องศาเซลเซียสจากราว 58–62 องศาเซลเซียส เหลือ 39–41 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิอากาศภายในบ้านลดลงเฉลี่ยประมาณ 2 องศาเซลเซียส ผู้อยู่อาศัยยังให้ผลตอบรับเชิงบวกต่อความสบายภายในบ้าน


ความร่วมมือนี้เชื่อมงานวิจัยด้านอาคารและเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การทำงานในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และนวัตกรรมสีจากเบเยอร์ เข้ากับเครือข่ายด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างไทยและเยอรมนี โครงการได้รับการสนับสนุนผ่าน ThaiCI (Thai Climate Initiative Fund) และมีความร่วมมือจากDeutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) GmbH ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน

คุณพวงเพ็ญ แสงเพชร Marketing & Business Development Director บริษัท เบเยอร์ จำกัดกล่าวว่า “สำหรับเบเยอร์ นวัตกรรมที่ดีต้องไม่หยุดอยู่เพียงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แต่ต้องสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คนได้จริง” พร้อมระบุว่า ผลจากพื้นที่จริงแสดงให้เห็นว่าการลดความร้อนที่หลังคาเป็นหนึ่งในวิธีบรรเทาความร้อนภายในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบทำความเย็น

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า “ปัญหาความร้อนกำลังกลายเป็นความท้าทายที่ใกล้ตัวคนเมืองมากขึ้น และผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนอย่างเท่าเทียม” ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่จะนำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาพัฒนาแนวทางที่ประชาชนสัมผัสผลได้จริง

หลังเปิดพื้นที่ต้นแบบ โครงการจะติดตามผลต่อเนื่องเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในแต่ละฤดูกาลและความคงทนของสี รวมถึงถอดบทเรียนด้านการดำเนินงานและงบประมาณ ข้อมูลที่ได้จะช่วยประเมินความเป็นไปได้ในการนำแนวทางหลังคาเย็นไปใช้กับชุมชนอื่น เพื่อให้การรับมือภัยร้อนของเมืองไทยตั้งอยู่บนผลการทดลองและความต้องการของประชาชนในพื้นที่จริง

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ